:: บทความ - ข่าวสาร ::

  Navigator : ประกันภัย ประกันภัยรถยนต์ | ประกันภัย | ประกันภัยรถยนต์ | พ.ร.บ.
 

มิตรแท้-ฟอลคอนเขย่าวงการ ลดเบี้ยตอบแทนลูกค้าชั้นดี


 

มิตรแท้ประกันภัย ออกประกันเพิ่มพูน-สุดคุ้ม เพิ่มผลประโยชน์เพียบ ตอบแทนลูกค้าประวัติดี ส่วนฟอลคอน ไม่ยอมน้อยหน้านำ i-Motor เจาะตลาด พร้อมชูจุดเด่นส่วนลดสูงสุดถึง 5,000 บาทต่อปี

ปัจจุบันผู้ทำประกันมีความระมัดระวังในการขับขี่ยานพาหนะมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้มีเจ้าของรถยนต์หลายรายที่ซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่งและไม่มีการเคลมเลยตลอดปี ซึ่งกลุ่มนี้ก็คงอยากจะลดค่าใช้จ่ายในการทำประกันภัยลง แต่ยังคงต้องการความคุ้มครองด้วยเช่นกัน ดังนั้น จึงทำให้เกิดการพัฒนากรมธรรม์ประเภท 3 ที่มีเงื่อนไขพิเศษ และกรมธรรม์ประเภท 1 ที่ลดเบี้ยประกันให้กับลูกค้ากลุ่มนี้แต่ยังคงให้ความคุ้มครองเหมือนเดิมเพื่อเป็นอีกทางเลือกให้กับผู้ทำประกันภัยรถยนต์ได้เลือกใช้บริการด้วย
มิตรแท้เพิ่มพูน-สุดคุ้ม

นายอรัญ ศรีว่องไทย กรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด เปิดเผยกับ ‘การเงินธนาคาร’ ว่า บริษัทได้ออกแบบประกันภัยรถยนต์ใหม่ 2 กรมธรรม์ คือ กรมธรรม์มิตรแท้เพิ่มพูน และกรมธรรม์มิตรแท้สุดคุ้ม ซึ่งเป็นกรมธรรม์ที่มีเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้เอาประกัน โดยให้ผู้ทำประกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรกสำหรับลูกค้าประวัติดีที่ไม่เคยเคลมประกัน ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเบี้ยประกันลงจากเดิม
สำหรับกรมธรรม์มิตรแท้เพิ่มพูน เป็นกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองคู่กรณีแบบประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 โดยให้ความคุ้มครองรถยนต์คันที่เอาประกันภัยในวงเงินไม่เกิน 180,000 บาท สำหรับการชนกับคู่กรณีที่เป็นยานพาหนะทางบก เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก เป็นต้น แต่กรมธรรม์นี้จะไม่คุ้มครองการชนกับวัตถุอื่นๆ ที่ไม่ใช่ยานพาหนะ เช่น คน สุนัข รั้วบ้าน เสาไฟฟ้า เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ยังไม่คุ้มครองรวมถึงความเสียหายจากการพลิกคว่ำ หรือหักหลบสิ่งกีดขวาง สำหรับรถคันที่เอาประกันภัยเองก็ต้องไม่เกิดอุบัติเหตุจากการรับจ้างสาธารณะด้วย ดังนั้น กรมธรรม์นี้จึงเหมาะสำหรับผู้ขับขี่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ ยี่ห้อใด ปีใด รถเก๋ง รถกระบะ หรือรถตู้ เพียงแต่เป็นรถใช้งานส่วนบุคคลที่ไม่ใช่รถรับจ้างเท่านั้น
โดยหากรถคันที่เอาประกันเป็นฝ่ายผิด ความคุ้มครองรถคันที่เอาประกันภัยยังคงอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ต้องจ่ายค่ารับผิดชอบความเสียหายส่วนแรก 2,000 บาทต่อครั้ง ตามกฎหมายเท่านั้น วงเงินความคุ้มครองอยู่ที่ 180,000 บาท สำหรับการซ่อมแซมตัวรถ

อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองความบาดเจ็บเสียชีวิตให้กับบุคคลที่นั่งอยู่ในรถคันที่เอาประกันภัยอีกด้วยวงเงินรักษาพยาบาล 50,000 บาท ต่อคน หากเสียชีวิตรายละ 100,000 บาท และยังให้ความคุ้มครองถึง 5 คน จากเดิมที่แบบประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 จะให้ความคุ้มครองเพียง 4 คน นอกจากนี้ยังมีวงเงินประกันตัวผู้ขับขี่อีก 300,000 บาท ในอัตราเบี้ยประกันเพียง 7,777 บาท
สำหรับกรมธรรม์มิตรแท้เพิ่มพูน แม้จะเป็นกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 แต่มีความแตกต่างที่นอกจากจะให้ความคุ้มครองที่สูงถึง 180,000 บาทแล้ว ยังให้ความคุ้มครองรถของผู้ทำประกันด้วย หากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ จากเดิมที่ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 จะให้ความคุ้มครองรถของคู่กรณีเท่านั้น ที่สำคัญ อัตราเบี้ยประกันก็เพิ่มขึ้นเพียง 1,000 กว่าบาทจากอัตราเบี้ยประกันภัยประเภท 3 ซึ่งทั่วไปอยู่ที่ 5,000-6,000 บาท

ขณะนี้ สมาคมประกันวินาศภัยได้ยื่นขออนุมัติต่อกรมการประกันภัย เพื่อกำหนดให้แบบประกันภัยรถยนต์ที่มีเงื่อนไขพิเศษนี้เป็นแบบประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภท 5 เพื่อใช้เป็นมาตรฐานให้บริษัทประกันภัยสามารถนำไปใช้ได้โดยสะดวก โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาระหว่างกรมการประกันภัยและอนุกรรมการประกันภัยยานยนต์ คาดว่าน่าจะได้ผลสรุปภายในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้

นายอรัญกล่าวว่า นอกจากกรมธรรม์ประกันรถยนต์ชั้น 3 แล้ว บริษัทยังได้ออกแบบประกันรถยนต์ชั้น 1 ในชื่อ กรมธรรม์มิตรแท้สุดคุ้ม โดยแบบประกันนี้จะเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกส่วนลดเบี้ยประกันภัยให้ตนเองได้ตามความต้องการ ซึ่งแบบประกันนี้พัฒนาจากผลสำรวจของบริษัทเกี่ยวกับการเกิดเหตุของรถยนต์ รวมถึงแนวทางการต่ออายุของผู้เอาประกันภัยของบริษัท ซึ่งพบว่า จะมีผู้เอาประกันภัยบางส่วนที่ไม่เคยเรียกร้องสินไหมทดแทน (เคลม) เลย และได้รับประโยชน์จากการต่ออายุกรมธรรม์ก็เพียงแค่ ส่วนลดประวัติดี 20% บริษัทจึงเห็นว่าคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สร้างกำไรให้กับบริษัท
ดังนั้น บริษัทจึงอยากจะตอบแทนให้กับลูกค้ากลุ่มนี้เพราะไม่เคยเกิดเหตุเลย ด้วยการนำแนวคิดที่จะให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายส่วนแรกเมื่อเกิดเหตุ จากร่างประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจปี พ.ศ.2542 มาปรับปรุงเป็นแคมเปญใหม่ว่า

เมื่อใช้รถแล้วไม่ค่อยจะเกิดเหตุจะซื้อกรมธรรม์แล้วขอรับผิดชอบความเสียหายส่วนแรกของตัวเอง
โดยกรมธรรม์มิตรแท้สุดคุ้มนี้มีอยู่ด้วยกัน 3 แบบคือ 3,000 บาท 4,000 บาท และ 5,000 บาท ซึ่งทุกราคานี้เป็นไปตามพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยของรถยนต์ภาคสมัครใจที่กรมการประกันภัยกำหนดเอาไว้ สำหรับแบบประกันนี้ ผู้เอาประกันภัยได้รับส่วนลดเท่ากับจำนวนค่าเสียหายส่วนแรกที่เลือกไว้คือ 3000,4000 และ 5000 พร้อมได้รับโบนัสพิเศษด้วยการลดเบี้ยประกันเพิ่มอีก 10% ของส่วนที่ลดไปแล้วด้วย
สำหรับโบนัสที่แถมให้อีก 10% นี้ หมายความว่า ถ้าซื้อแบบที่มีความคุ้มครองส่วนแรก 3,000 บาท ก็จะได้ส่วนลด 3,300 บาท เป็นต้น ตัวอย่างเช่น เบี้ยประกันภัยปกติของรถเท่ากับ 15,000 บาท หากลูกค้าสามารถเลือกสุดคุ้ม 3000 ก็จะได้รับส่วนลดจากเบี้ยประกันภัยปกติถึง 3,300 บาท ทันที โดยลูกค้าจะจ่ายเบี้ยประกันเพียง 11,700 บาทเท่านั้น และเมื่อเกิดเหตุแจ้งเคลม ลูกค้าจะถูกเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรกที่ 3,000 บาท แต่ถ้าไม่เกิดเหตุ และไม่มีการแจ้งเคลม ก็ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรกแต่อย่างใด ในลักษณะเดียวกันหากเลือกแบบสุดคุ้ม 4,000 บาท และ 5,000 บาท ก็จะได้ส่วนลดเบี้ยประกันภัย 4,400 บาท และ 5,500 บาทตามลำดับ
ลักษณะแบบนี้ไม่ถือว่าผิดข้อกำหนดว่าด้วยการกำหนดอัตราพิกัดเบี้ยประกันภัยรถยนต์ เพราะว่าเบี้ยที่นำมาใช้ไม่ใช่เบี้ยที่ต่ำสุด

การให้ส่วนลดนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออัตราเบี้ยประกันขั้นต่ำ เพราะแม้จะมีการลดเบี้ยประกันแล้วก็ยังอยู่ในพิกัดของกรมการประกันภัยที่กำหนดไว้ ขณะเดียวกัน เมื่อถึงปีต่ออายุในปีถัดไปก็จะได้รับส่วนลดอีก 20% จึงทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับส่วนลดที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งยังประหยัดเบี้ยประกันได้มาก โดยลูกค้าจะต้องชำระค่าความเสียหายส่วนแรกเมื่อมีการเคลมประกันในกรณีที่เป็นฝ่ายผิดเท่านั้น ทั้งนี้ เบี้ยประกันภัยประเภท 1 ของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 16,000-17,000 บาท
“การนำเสนอแบบประกันทั้งสองแบบนี้ เพื่อต้องการให้ลูกค้ามีโอกาสทำประกันภัยที่เหมาะสมกับความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันภัย เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกเสียเปรียบเมื่อต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยสูงๆ แต่ได้รับความคุ้มครองไม่คุ้มค่า ซึ่งส่งผลให้ลูกค้าไม่เห็นถึงความสำคัญของการทำประกันภัยรถยนต์”
ตัวอย่างเช่น เมื่อมีการเคลมเกิดขึ้นและค่าเสียหายอยู่ที่ 10,000 บาท หากลูกค้าซื้อแบบสุดคุ้ม 3,000 บาท ก็จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่ 3,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 7,000 บาท บริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ซึ่งทุกครั้งที่เกิดการเคลมลูกค้าก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรกที่ 3,000 บาททุกครั้ง ทั้งนี้ หากไม่มีการเคลมเกิดขึ้นลูกค้าก็จะได้รับส่วนลด 10% พร้อมกับส่วนลดประวัติดีในช่วงต่ออายุอีก 20% ด้วย
นอกจากนี้ บริษัทยังมีการปรับปรุงระบบการทำงาน พร้อมเปลี่ยนแปลงเบอร์โทรศัพท์ทั้งหมดของบริษัทมาเป็น 0-2640-7777 รวมถึงทีมงานรับสายทั้งหมด โดยทำการจัดตั้งหน่วยงานลูกค้าสัมพันธ์ที่เรียกว่า Contact Center ที่ทุ่มงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ในการปรับระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ทั้งหมด ซึ่งหน่วยงานนี้จะทำหน้าที่ในการให้ข้อมูลกับลูกค้าได้ทุกรูปแบบ ไม่ใช่เพียงการตอบคำถามอัตราเบี้ยประกัน สถานที่เกิดเหตุ อย่างที่ผ่านมา
ลักษณะการทำงานของ Contact Center คือการรับโทรศัพท์เพื่อรับทราบถึงปัญหาและให้บริการกับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาที่บริษัท โดยในการทำงานแต่ละครั้งจะกำหนดให้รับโทรศัพท์เพียง 3 ชม. จากนั้นต้องหยุดพักทันที หรือหากทำไปไม่ถึง 3 ชม. แต่รับปัญหามามากมายแล้วก็สามารถจะขออนุญาตหัวหน้าที่ดูแลเพื่อขอพักได้เช่นกัน ปัจจุบัน หน่วยงานนี้มีทีมงานอยู่ประมาณ 30-40 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการฝึกอบรมและเตรียมระบบ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในเดือนเมษายนน
ี้



 

Copyright © 2007 All rights Reserved :: CheckInsure.com ::
ศูนย์ข้อมูลประกันภัยต่าง ๆ อาทิเช่น ประกันภัยรถยนต์ พรบ. กระกันอัคคีภัย บริษัทประกันภัย อู่ซ่อมรถ ฯลฯ